วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

มือถือผมอยู่ไหน

ขณะที่ผมยืนรอรถไฟฟ้าที่สถานีรถไฟฟ้าชิดลม มีผู้ชายตัวเล็กมายืนข้างผม ท่าทางมีพิรุธ ผมรู้สึกแปลกๆเลยลองเอามือตบที่กระเป๋ากางเกง

มือถือผมหายไป!! ผมมองไปที่ชายคนนั้น เขาก็มองมาที่ผมแล้วมีท่าทางจะเดินหนี ผมรีบจับเขาไว้

"มือถือผมอยู่ไหน"

"มือถืออะไร จะไปรู้ได้ไง"

"ก็มือถือกูที่มึงเอาไปอ่ะ"

ด้วยความโมโห ผมเริ่มค้นตัวเขา แต่ผมหาไม่เจอ ผมว่ามันต้องมีเพื่อนร่วมแก็ง พอมันขโมยได้แล้วคงส่งต่อให้เพื่อนมัน ถึงตอนนี้คนที่อยู่แถวนั้นเริ่มมองมาที่ผมและขโมยคนนี้

ผมเอามือถือมันโทรเข้าเครื่องผม โทรติด ผมคิดในใจ มันกล้ามากที่ไม่ปิดเครื่องหนี คงเป็นเพราะผมจับเพื่อนร่วมแก็งมันได้ รออยู่ซักพักถึงมีคนรับสาย

"เอามือถือกูคืนมานะ อ้ายสาดดด"

"มึงก็มาเอาเองสิ ไอ้เชี่ย มึงลืมไว้ที่บ้าน" เมียผมบอก..

ภรรยาตนต่อสู้กับคนร้าย

ใกล้รุ่งสาง สมชายย่องกลับบ้านตามประสาผู้ชายหลั่นล้าที่หนีเมียเที่ยว ถึงหน้าบ้านก็พบตำรวจ รถพยาบาล กับหน่วยกู้ชีพ วุ่นวายเต็มบ้าน สมชายแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน สอบถามตำรวจก็ทราบว่า ภรรยาตนต่อสู้กับคนร้ายที่ย่องเข้าบ้านยามวิกาล ซึ่งขณะนั้นหมอกำลังปั้มหัวใจคนร้ายอยู่ โดยคนร้ายอยู่ในสภาพยับเยิน สมชายมองเห็นภรรยายืนตัวสั่น จึงเข้าไปปลอบ "คุณกล้าหาญมากที่รัก" ภรรยานิ่งสักครู่ก่อนตอบด้วยเสียงตื่นเต้นว่า 

"กูคิดว่าเป็นมึง"

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

ขวดเปล่า

ขวดเปล่า...หากใส่น้ำเปล่า... จะมีค่า 5 บาท
ขวดเปล่า...หากใส่น้ำหวาน... จะมีค่า 10 บาท
ขวดเปล่า...หากใส่น้ำผึ้ง... จะมีค่า 300 บาท
ขวดเปล่า...หากใส่น้ำหอม... จะมีค่า 10,000 บาท
จิตใจของคนเราก็เปรียบได้เหมือนกับขวดเปล่า...
จะมีคุณค่าแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งที่ใส่ลงไป

เจ้าสัวกับเมีย


ลูกค้า: เป็นไง ไม่เจอกันตั้งนาน เจ้าสัวกับเมียสบายดีหรือเปล่า
 
เจ้าสัว: อั๊วกับเมียเลิกกันแล้ว
 
ลูกค้า: อ้าว!ทำไมถึงเลิกกันล่ะ
 
เจ้าสัว: อั๊วจับได้ว่าอีเป็นผู้หญิงกลางคืน
 
ลูกค้า: แค่นี้เอง ถึงกับเลิกเลยหรือ
 
เจ้าสัว: มันเป็นผู้หญิงกลางคืน กลางวันมันเป็นผู้ชาย